บ้านไม้ปลายทางโค้ง
แนว: บ้านร้าง
แถวท้ายหมู่บ้านมีบ้านไม้หลังหนึ่ง ตั้งอยู่บนเนินเล็กๆ เก่าโทรมจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ชาวบ้านลือกันว่าบ้านหลังนั้น "มีคนตายทั้งครอบครัว" เมื่อสิบปีก่อน ไฟไหม้อย่างไม่ทราบสาเหตุ จนเหลือเพียงโครงไม้ดำๆ
ปิ่นและเพื่อนๆ อยากลองของ จึงมาท้ากันในคืนเดือนดับ
ทุกคนเดินเข้าไปในบ้านพร้อมไฟฉายสั่นๆ ในมือ ทันทีที่ก้าวเข้าไป กลิ่นไหม้เก่าก็โชยออกมารุนแรงราวกับเพิ่งเกิดไฟเมื่อคืน จู่ๆ
เพื่อนคนหนึ่งชี้ไปบนรอยไหม้บนผนัง เป็นรูปเงาคนสี่คนยืนจับมือกัน ทั้งรูปเหมือนถูกเผาไปพร้อมผนัง ปิ่นรู้สึกเหมือนมีคนจ้อง
หันไปเห็นเงาเด็กผู้หญิงยืนมองอยู่ที่ประตู หน้าดำไหม้เหมือนถ่าน แต่ตาใสและเศร้าจับใจ เธอพึมพำว่า
“กลับมาเล่นด้วยกันเถอะ…”
ทันใดนั้น ประตูทุกบานปิดปัง!ไฟฉายดับ เสียงหัวเราะเด็กๆ ดังก้องทั่วบ้าน เพื่อนๆ หลุดกรีดร้อง มือเย็นเฉียบหลายคู่จับขาพวกเขา ลากไปตามพื้นไม้ดังเอี๊ยดอ๊าด
เสียงชายหญิงปริศนาร้องเจ็บปวดดังขึ้นซ้อนกัน เหมือนย้อนคืนเหตุการณ์ไฟไหม้
“ช่วยลูกเราด้วย!”
“อย่าปล่อยเราไว้ที่นี่!”
ปิ่นตะโกนร้องไห้ขอออก ทันใดนั้นเหมือนมีแรงใดผลักทั้งกลุ่มให้หลุดออกมานอกบ้าน
ประตูบ้านปิดเสียงดังสุดท้าย…พวกเขาวิ่งหนีกลับหมู่บ้านไม่คิดชีวิต วันรุ่งขึ้นปิ่นไปหาผู้ใหญ่ เธอถูกบอกว่า เด็กในบ้านนั้นมักเล่นซ่อนหา
ก่อนเกิดไฟไหม้ทั้งครอบครัว ยังไม่ทันได้ออกมาปิ่นจึงช่วยทำบุญให้ครอบครัวนั้น คืนถัดมา…เธอเห็นเด็กผู้หญิงคนเดิมมายืนหน้าบ้านยิ้มให้ก่อนจะจางหายไปกับอากาศ
สรุปเรื่อง
วิญญาณครอบครัวที่ตายในกองเพลิงยังติดอยู่กับบ้านเพราะดับทุกข์ไม่เป็น จนได้รับการทำบุญจึงได้ไปสู่สุขคติ
คติสอนใจ
อย่าเอาความสนุกของตัวเองไปทับบนความสูญเสียของผู้อื่น และอย่าใช้ความอยากรู้อยากเห็นไปท้าทายสิ่งที่ไม่ควรท้า
***จบบริบูรณ์***



.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น