เสียงกรอบแกรบในผืนป่า
ป่าบนภูเขา “เขาแม่พราย” เป็นสถานที่ที่ชาวบ้านไม่ค่อยกล้าเข้า
เพราะมีข่าวเด็กหาย นักเดินป่าหาย และกู้ภัยเองก็เคยเจอเหตุการณ์ประหลาด
บางคนกลับมาได้—บางคนกลับมาไม่ได้
หลังการหายตัวไปของ “กัญญา” นักศึกษาสาวปีสาม
ร้อยตำรวจโท “ธีรภัทร” ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีคนหาย
ถูกเรียกขึ้นไปค้นป่าในคืนหมอกลงหนา
เขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่ซ่อนอยู่ในป่าโลกมืดแห่งนี้
ไม่ได้เป็น “คนร้าย” แค่เพียงมนุษย์เท่านั้น
ธีรภัทรพร้อมทีมกู้ภัย 4 คน เดินเข้าป่าในช่วงหัวค่ำ
ลมเย็นจัดจนเสื้อหนาๆ ยังแทบไม่ช่วย
ระหว่างทางมีเสียง “กรอบ…แกรบ…” ตามมาตลอด เหมือนมีอะไรเดินตามหลัง
กู้ภัยคนหนึ่งบอกเบาๆ“พี่ครับ เหมือนมีคนเดินตามเลย… แต่ผมหันไปทีไรก็ไม่เห็น”
ธีรภัทรมองรอบๆ ป่าเงียบสนิทเกินไป ไม่มีแม้แต่เสียงนกหรือแมลง
เหมือนทั้งป่ากำลัง ‘กลั้นหายใจ’พวกเขาเดินต่อจนถึงทางแยก
ซึ่งเป็นจุดที่พบรองเท้าของกัญญาครั้งสุดท้าย ธีรภัทรส่องไฟฉายไปรอบๆ
ทว่าแสงไฟฉายสะท้อนอะไรบางอย่าง เป็น เงาสีดำ สูงผิดรูป
ยืนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ แต่พอขยับไฟฉายกลับไป—มันหายไปทันที
หลังเดินค้นหาชั่วครึ่งคืน ทีมกู้ภัยพบ “กระท่อมไม้หลังหนึ่ง”
ทั้งที่ตามแผนที่ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างในป่านี้แม้แต่หลังเดียว
กระท่อมเก่าเหมือนถูกทิ้งร้างมานานหลายปี ประตูแง้มเล็กน้อย
มีรอยเลือดจางๆ ไหลจากในห้องออกมานองตรงธรณี
ธีรภัทรชักปืน“ทุกคนระวัง!”เขาผลักประตูเข้าไป
ในห้องมืดมีเพียงแสงจันทร์ลอดหน้าต่างแตกเป็นเส้นๆ
บนพื้นพบ “โทรศัพท์ของกัญญา”
ข้างๆ มีสมุดฉีกแผ่นหนึ่ง เขียนด้วยลายมือสั่นระริกว่า
“เขาไม่ใช่คน เขาอยู่บนไม้ สูงกว่าที่เราเห็น
เสียงกรอบแกรบคือเสียงกระดูกของเขา
ถ้าได้ยินตอนใกล้ตัว… หนีไม่ทัน”
ธีรภัทรอ่านแล้วรู้สึกหนาวหลังวาบ
ทันใดนั้น เสียงกรอบแกรบ ดังขึ้นเหนือหลังคากระท่อม เบา… แต่ใกล้มาก
กู้ภัยทุกคนชะงักเหมือนเลือดหยุดไหล เสียงไม่ได้มาจากสัตว์
มันเหมือนเสียงคนงอข้อต่อ…ทีละข้อ
ดังต่อเนื่องรอบกระท่อมเหมือนมีอะไรหลายตัววิ่งอยู่บนหลังคา
ไม้บนเพดานเริ่มโก่ง เหมือนมีอะไร “หนักมาก” เดินวนอยู่ด้านบน
ธีรภัทรตะโกน“ออกไปจากนี่!!”พวกเขาวิ่งพ้นกระท่อม
ทันทีที่ออกมา—หลังคาทั้งแผ่นก็ยุบลงเหมือนถูกเหยียบจนแตก
ทีมวิ่งฝ่าป่ามาไม่ไกล แต่เสียง “กรอบแกรบ…กรอบแกรบ…”
กลับไล่ตามมาติดๆ ดังอยู่บนกิ่งไม้เหนือหัวพวกเขา
ไฟฉายของกู้ภัยส่องไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง และทุกคนเห็นมันพร้อมกัน
เงาดำรูปร่างคล้ายคน แต่แขนขายาวผิดปกติ เกาะอยู่บนกิ่งไม้สูง
ข้อต่อแต่ละข้อบิดหมุนได้ราว 360 องศา
ทำให้ท่าทางการเคลื่อนไหวเหมือนแมลงมากกว่ามนุษย์
กู้ภัยคนหนึ่งร้อง“นั่นมันตัวอะไรกัน!”
แต่ธีรภัทรจับแขนเขา“อย่ามองมันตรงๆ”
เพราะเขาเห็น—มันกำลังมองตอบ
ดวงตาสีขาวซีดสะท้อนกลับมาในความมืด
ไม่มีม่านตา ไม่มีรูม่านตา
มีแต่นัยน์ตาว่างเปล่าที่เหมือนกำลัง “เลือกเหยื่อ”
สิ่งนั้นกระตุกตัว แล้วพุ่งลงจากต้นไม้อย่างรวดเร็วเหมือนร่วงหล่น
แต่เสียงกระดูกขยับกลับดังชัดราวกับมันกำลัง ‘ดีใจ’
ธีรภัทรตะโกน“วิ่ง!!”ระหว่างวิ่ง พวกเขาเจอรองเท้าอีกข้างของกัญญา
ติดอยู่กับกิ่งไม้ระดับหัวไหล่ เหมือนถูกจับเหวี่ยงขึ้นไป
ไม่ไกลจากนั้น พบผ้าพันคอของเธอพันกับลำต้นไม้
แต่ไม่มีศพ ไม่มีร่องรอยลาก มีเพียง รอยขีดข่วนลึกบนลำต้นไม้
เหมือนมีคนปีนขึ้นไปด้วยนิ้วมือที่แหลมคม
ธีรภัทรหยุดมอง ก่อนเอื้อมมือแตะรอยแผลบนไม้
ทันทีที่ปลายนิ้วแตะ เสียงกระดูก “แกร๊ก!” ดังที่ด้านหลังเขา
เขาหันกลับ—ความมืดเงียบสนิท
แต่เขาเห็นบางอย่างวิ่งผ่านต้นไม้สองต้นอย่างรวดเร็วเกินการมองตาม
เหมือนเงาดำสี่ขา…แต่มีแขนอีกสองข้อตะกายพื้น
ทีมกู้ภัยหนีจนถึงลานดินโล่งกลางป่า กลางลานมี “หลุมใหญ่”
เหมือนถูกขุดด้วยมือเปล่า รอบหลุมเต็มไปด้วยโคลนเปื้อนเลือด
ธีรภัทรส่องไฟลงไป หัวใจแทบหยุดเต้น
เพราะด้านล่างคือ ร่างของกัญญา แต่สภาพไม่ใช่ถูกฆ่าด้วยมีดหรืออาวุธ
เหมือนถูกของมีคมจำนวนมาก “ควัก” ไปทีละชิ้น และกระดูกหลายท่อนหายไป
ก่อนเขาจะทันตั้งสติ เสียงกรอบแกรบดังจากด้านหลัง—ใกล้กว่าเดิม
เหมือนมันเดินมาหยุดห่างเขาเพียงไม่กี่ก้าว
ธีรภัทรหันกลับ ไม่เห็นเงาดำอีกต่อไป
แต่เห็น “ก้อนเนื้อสี่เหลี่ยมเล็กๆ” ตกอยู่บนพื้น
เป็นกระดูกชิ้นหนึ่งของกัญญา ที่ถูกวางไว้เหมือนของขวัญ
และมีลายมือเล็กๆ เขียนบนดินว่า
“มันชอบกระดูกที่อ่อน… ของคนยังไม่ตาย”
หมอกในป่าจู่ๆ ก็ลดระดับลงเร็วผิดปกติ เหมือนมีบางอย่างกำลังก้าวเข้ามาในลานดิน
ธีรภัทรสั่งเสียงแข็ง“อย่าหันหลังให้มัน! ถอยช้าๆ!”
แต่ขณะที่พวกเขาถอย เสียงกรอบแกรบดังก้องเหนือหัว
ดังพร้อมกับเสียงกระดูกบิดงอ เหมือนมีหลายตัวมาปิดล้อม
กิ่งไม้เหนือหัวสั่นไหวรุนแรง เงาดำจำนวนมากปีนตามกันมา
ตาสีขาวซีดหลายคู่โผล่จากกิ่งไม้ เฝ้าดูพวกเขา
ธีรภัทรรู้ทันที สิ่งที่ฆ่ากัญญา…มีมากกว่าหนึ่ง ทีมกู้ภัยทั้งทีมแตกกระเจิง
บางคนถูกกระชากขึ้นสู่ยอดไม้หายไปในพริบตา
เสียงกรีดร้องดังระงมป่าทั้งผืน
ธีรภัทรเป็นเพียงคนเดียวที่วิ่งทะลุป่าออกมาถึงชายป่าได้
เขาหนีมาได้เพราะสิ่งนั้น ‘หยุดไล่’
เมื่อเขาข้ามเส้นหินปักเขตหวงห้ามของชาวบ้าน
ชาวบ้านรีบช่วยเขา และบอกกับเขาด้วยเสียงสั่น
“พวกมันเรียกว่า ‘พรายกระดูก’
เป็นสิ่งที่อยู่ในป่ามานานกว่าเรา
ห้ามเข้าไปในคืนหมอกหนา
มันล่าเฉพาะคนเป็น…”
กองค้นหาถูกส่งเข้าไปอีกครั้งตอนกลางวัน แต่ไม่พบอะไร
ไม่พบศพทีมกู้ภัย ไม่พบร่องรอยต่อสู้ แม้แต่หลุมดินก็หายไป
สิ่งเดียวที่พบคือ“รอยนิ้วคมๆ เกาะอยู่บนลำต้นไม้หลายสิบต้น”
สูงกว่าคนทั่วไปปีนได้มาก
ธีรภัทรยื่นรายงานไม่เป็นทางการในคดีนี้ เขาเขียนเพียงประโยคเดียวไว้ท้ายรายงาน
‘ไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่สัตว์ มันคือสิ่งที่เรายืมพื้นที่เขาไปตั้งนานแล้ว… และมันแค่เอาคืน’
สรุป
กัญญานักศึกษาเดินป่าหายตัวไป และทีมค้นหาของตำรวจนำโดยธีรภัทรเข้าป่าเพื่อตามหา พบกระท่อมลึกลับที่ไม่มีในแผนที่ และพบร่องรอยของสิ่งคล้ายมนุษย์ที่เคลื่อนตัวบนกิ่งไม้อย่างผิดธรรมชาติ สุดท้ายพบว่ากัญญาถูกฆ่าโดยกลุ่ม “พรายกระดูก” สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่ล่าเฉพาะคนในคืนหมอก ทีมกู้ภัยตายหมด เหลือธีรภัทรรอดเพียงคนเดียว
คติสอนใจของเรื่อง
ธรรมชาติไม่ใช่พื้นที่ที่มนุษย์เป็นเจ้าของเสมอไป
ความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจทำให้คุณเข้าไปในดินแดนที่ไม่ควรเหยียบ
การเคารพพื้นที่และกฎของธรรมชาติ คือสิ่งที่ทำให้เรารอดชีวิต
***จบบริบูรณ์***



.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น