สัญญาหัวใจใต้ชายคาเดียวกัน
เสียงลมพัดกระทบกันสาดหน้าบ้านไม้สีอบอุ่นของ “บ้านสายลมเหนือ” ดังซู่ซ่า
มองเผิน ๆ บ้านหลังนี้เหมือนบ้านพักตากอากาศทั่วไป แต่สำหรับ เรน แล้ว มันคือ “ประตูสู่อิสรภาพ”
ถ้าเธอใช้ชีวิตในนี้ร่วมกับใครสักคนได้อย่างสงบสุขครบ 3 เดือน เธอจะได้รับมรดกของยายที่ทำให้ชีวิตเธอไม่ต้องดิ้นรนอีกต่อไป
ปัญหาเดียวคือ…เธอต้องอยู่กับ “คู่สมรส” ที่ยายกำหนดไว้ในสัญญา
และคนนั้นคือ วายุ — ผู้ชายที่เธอทะเลาะตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม
คู่กัดที่เจอหน้ากันทีไรไฟแทบลุกบ้าน
ในวันที่ทั้งสองมาถึงบ้านหลังนี้พร้อมกัน เสียงทะเลาะก็เริ่มขึ้นแทบจะทันที
“ผมขอห้องชั้นบนติดหน้าต่างใหญ่” วายุกล่าวด้วยสีหน้าเหนือกว่า
เรนยกคิ้วสูง “นั่นมันห้องของฉันตั้งแต่เด็กนะ นายจะเอาไปทำไม”
“เพราะผมชอบวิว ไม่เหมือนบางคนที่เอาไปทิ้งของจนรกทั้งห้อง”
เรนจ้องเขาเหมือนจะหาอาวุธ“นาย! พูดแบบนี้จะโดนฉันไล่ออกจากบ้านนะ”
วายุยักไหล่“ก็ลองดูสิ คุณภรรยากำมะลอ”คำว่า ภรรยา ทำเรนหน้าแดงวาบ
เธอหันหนีแรงจนผมสะบัดไปด้านหลัง บ้านหลังนี้…คงสนุกน่าดู
หนึ่งสัปดาห์แรก: ศึกช้อน ส้อม และผ้าห่ม
ชีวิตร่วมชายคาเริ่มต้นอย่างวุ่นวาย เรนชอบทำอาหารตอนเที่ยงคืน
วายุตื่นเช้าตีห้า เธอเปิดเพลงเต้นทำความสะอาด
เขานั่งอ่านหนังสือในความเงียบ เรนวางรองเท้าไม่เป็นที่
วายุเรียงสีตามเฉด พอมาอยู่ด้วยกัน ทุกอย่างก็ปะทะกันไปหมด
คืนหนึ่ง วายุเดินลงมาชั้นล่างเพราะได้ยินเสียงแก้วแตก
เรนยืนหน้าเสียอยู่ข้างเคาน์เตอร์
“ฉันแค่ยกแก้วผิดฝั่ง…มันเลยหล่น”
วายุถอนหายใจ“คุณนี่ซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยน”“ถ้านายพูดดี ๆ ฉันจะไม่เถียงเลยนะ!”
“ผมกำลังพูดดีที่สุดแล้ว…”ว่าจบ เขาก็หยิบไม้กวาดเข้ามาเก็บเศษแก้ว
มือของวายุประคองมือเรนเบา ๆ ไม่ให้เธอโดนบาดโดยไม่รู้ตัว
สัมผัสนั้นทำหัวใจเรนเต้นแรงจนเธอไม่กล้าขยับมือ
เดือนที่สอง: เริ่มชิน…หรือเริ่มชอบกันแน่
เมื่อเวลาผ่านไป การทะเลาะกันลดลงอย่างเห็นได้ชัด
วายุเริ่มชินกับเสียงเพลงของเรน
เรนเริ่มชินกับที่เขาชอบเก็บครัวก่อนนอน
เขาเริ่มหันไปดูหน้าเธอเวลาทำอาหาร
เธอเริ่มหันไปดูหน้าเขาเวลาตากผ้า
ค่ำวันหนึ่ง ฝนตกหนัก ไฟดับทั้งหลัง เรนตกใจจนวิ่งมาหาเขาในความมืด
“วายุ! ฉันกลัวฟ้าผ่า…”วายุชะงัก เพราะร่างเล็กในอ้อมแขนกำลังสั่น
เขายกมือโอบไหล่เธอแน่นขึ้น พูดเบา ๆ“ไม่ต้องกลัว ผมอยู่นี่”
เสียงหัวใจของเขาดังจนเรนได้ยิน
และเธอรู้ว่า…มันไม่ใช่เสียงเพราะความตกใจแน่ ๆ
เดือนที่สาม: ความรู้สึกที่ปฏิเสธไม่ได้
อีกสองสัปดาห์ก็จะครบกำหนดสัญญา เรนตั้งใจจะบอกวายุวันนั้นว่า
“ถึงจะจบสัญญา…แต่เธอไม่อยากให้ความสัมพันธ์นี้จบ”
แต่ในเช้าวันนั้น เรนได้ยินวายุคุยโทรศัพท์กับใครบางคน
“ใช่…พอครบสามเดือน เราก็คงจบหน้าที่กันแค่นั้น”
ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอเดินหนีออกหลังบ้าน
ปล่อยน้ำตาไหลโดยไม่สนใจสายฝน
เธอพยายามบอกตัวเองว่า มันเป็นแค่สัญญา มันควรจบอยู่แล้ว
แต่หัวใจมันเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก
วันที่ต้องตัดสินใจ
ครบสามเดือน เรนเก็บกระเป๋า ตั้งใจจะย้ายออก
วายุวิ่งมาดักหน้าบ้านแทบไม่ทัน“เรน! คุณจะไปไหน!”
เธอยกกระเป๋าไม่สบตา“ก็…สัญญามันจบแล้วนิ นายก็พูดเองไม่ใช่เหรอ”
วายุหน้าเสีย“ไม่ใช่แบบนั้น! ผมหมายถึง ‘หน้าที่ตามสัญญา’ จะจบ…ไม่ใช่คุณกับผม!”
เรนหยุดชะงัก วายุคว้ามือเธอไว้
มือของเขาอุ่นจนเธอแทบร้องไห้อีกครั้ง
“เรน…สามเดือนที่ผ่านมา คุณทำให้บ้านหลังนี้มีเสียงหัวเราะอีกครั้ง”
“ทำให้ผมรู้ว่าการกลับบ้านเจอใครสักคนมันดีแค่ไหน”
“และที่สำคัญ—คุณทำให้ผมตกหลุมรักทุกวัน”
เรนเบิกตาโต“นาย…พูดจริงเหรอ”“จริงที่สุดในชีวิตผมเลย”
เธอปล่อยกระเป๋าลง แล้วกระโดดเข้าไปกอดเขาแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป
วายุยิ้มกลางสายลม
“อยู่ด้วยกันต่อไหม…ไม่ใช่ตามสัญญาของยายคุณ แต่เป็นสัญญาของหัวใจผมเอง”
เรนพยักหน้า“ค่ะ…ฉันจะอยู่กับนาย ใต้ชายคานี้…ตลอดไป”
คติสอนใจ
บางครั้งความรักไม่ได้เกิดจากความเหมือนกัน
แต่มาจากการเรียนรู้ที่จะมองข้อเสียของกันและกันเป็นความน่ารัก
และบ้าน…จะกลายเป็นบ้านจริง ๆ ก็ต่อเมื่อมีหัวใจของใครบางคนอยู่ด้วยกัน
***จบบริบูรณ์***



.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น