ทางโค้งเลขเจ็ด
(เรื่องเล่าจากถนนที่ไม่มีใครอยากผ่านตอนกลางคืน)
“บางคนไม่ได้หลงทาง... เขาแค่ยังหาทางกลับบ้านไม่เจอ”
ถนนที่ไม่ควรเลี้ยวตอนกลางคืน
“โต้ง” กับ “บอย” เพื่อนสนิทวัยยี่สิบต้น ๆ กำลังขับรถกลับจากงานแต่งเพื่อนในต่างอำเภอ
เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืน ถนนลูกรังลัดเลาะผ่านไร่อ้อยสองข้างทาง เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
โต้งที่เป็นคนขับเปิด GPS ดู แล้วพูดขึ้นว่า
“เห้ย มันบอกให้เลี้ยวซ้ายตรงโค้งนี้ จะใกล้กว่าไปถนนหลักตั้งสิบกิโล”
บอยรีบพูดขัด
“อย่าเลย ทางนี้มัน ‘โค้งเลขเจ็ด’ ไม่ดีนะเว้ย”
โต้งหัวเราะ “อะไรจะขนาดนั้น ผีที่ไหนจะมี GPS วะ”
เขาเหยียบคันเร่งเข้าไปในเส้นทางนั้น โดยไม่รู้เลยว่ากำลังขับเข้าสู่ “ทางที่ไม่มีวันเหมือนเดิม”
เสียงแปลกในเงามืด
ทางโค้งนั้นได้ชื่อว่า “เลขเจ็ด” เพราะเป็นโค้งหักศอกรูปตัว L เจ็ดครั้งต่อเนื่อง
สองข้างทางมีต้นไม้ใหญ่สูงชะลูด มืดมิดจนไฟหน้ารถส่องได้แค่ไม่กี่เมตร
ระหว่างที่รถกำลังผ่านโค้งที่สี่ บอยสะกิดโต้ง
“มึง เห็นคนยืนอยู่ข้างทางป่ะ?”
โต้งมองผ่านกระจก เห็นเงาผู้หญิงผมยาวในชุดสีขาวยืนอยู่ตรงทางโค้งพอดี
แสงไฟหน้ารถสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ซีดขาวและดวงตาที่มองตามรถช้า ๆ
โต้งเหยียบคันเร่งหนีสุดแรง
แต่พอรถเลี้ยวพ้นโค้งกลับเห็น “ผู้หญิงคนเดิม” ยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง — ที่โค้งถัดไป
“เป็นไปได้ไงวะ!?”
เสียงบอยตะโกนลั่น รถส่ายไปมา
เสียงเรียกชื่อจากวิทยุ
ทันใดนั้น วิทยุในรถที่ปิดอยู่ดี ๆ ก็เปิดขึ้นเอง
เสียงซ่าซ่าก่อนเปลี่ยนเป็นเสียงผู้หญิงพูดเบา ๆ ว่า
“โต้ง... ช่วยฉันด้วย...”
โต้งแทบจะเหยียบเบรกจนหัวทิ่ม เขารีบปิดวิทยุแต่ปุ่มไม่ทำงาน
เสียงนั้นดังขึ้นอีก
“โต้ง... อย่าทิ้งฉันไว้ตรงนี้...”
เขาหันไปมองเพื่อน
บอยหน้าซีดเผือด “มึงรู้จักเสียงนี้มั้ย?”
โต้งพูดเบา ๆ “เสียง...แนน...”
แนนคือแฟนเก่าของโต้ง ที่เสียชีวิตเมื่อสองปีก่อนจากอุบัติเหตุรถชน — ที่ทางโค้งแห่งนี้
แสงไฟท้ายรถ
ทันใดนั้น เขามองกระจกหลัง เห็น “ไฟท้ายรถอีกคัน” ขับตามมา ทั้งที่เมื่อครู่บนถนนไม่มีใครเลย
ไฟนั้นเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
แต่พอเลี้ยวพ้นโค้งที่เจ็ด — ไฟนั้นหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
โต้งจอดรถทันที หัวใจเต้นแรง มือเย็นเฉียบ
ข้างทางมีป้ายไม้เล็ก ๆ ปักไว้ เขียนว่า
“ที่นี่...จุดเกิดเหตุ — แนน พ.ศ.2566”
ดอกไม้แห้งวางไว้ข้างป้าย บอยตัวสั่นพูดไม่ออก
ทางที่พา “กลับมา”
เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งคู่กลับไปที่ทางโค้งอีกครั้งพร้อมชาวบ้าน
ลุงคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า
“โค้งนี้น่ะ มีคนตายหลายราย ส่วนใหญ่เป็นคนที่ไม่รู้ ว่าตอนกลางคืนจะมีใครบางคน ‘เรียกให้เลี้ยวเข้ามา’”
โต้งมองไปที่ป้ายไม้ แสงแดดยามเช้าส่องกระทบให้เห็นรูปถ่ายหญิงสาวในชุดนักศึกษาที่ซีดจนจาง
เขายกมือไหว้ช้า ๆ แล้วพูดเสียงเบา
“แนน... เรามาแล้วนะ ขอโทษที่วันนั้นไม่กลับมาหา”
ลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ พร้อมกลิ่นน้ำหอมที่เขาจำได้ดี
กลิ่นเดียวกับที่เธอเคยใช้
🕯️ คติสอนใจ
บางเส้นทางถูกสร้างไว้ให้ “จบลง”
แต่บางดวงวิญญาณ...ยังไม่จบ
เพราะคำว่า “เสียใจ” มักจะยาวนานกว่า “คำลา”
*** จบบริบูรณ์***



.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น